moncler barcelona oakley frogskins baratas parajumpers madrid polo lacoste ghd baratas air max 90 blancas zapatos mbt nike huarache blancas new balance hombre duvetica madrid ray ban aviator polos lacoste ralph lauren outlet moncler madrid zapatillas nike nike air max thea baratas cazadoras belstaff nike free rn flyknit cinturon louis vuitton

โค้งหัวขวานที่แม่วงก์

"จะไปไหนกันครับ"

เสียงเจ้าหน้าที่ประจำด่านของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ทักทายเมื่อรถเราจอดเทียบประตูด่าน ในขณะที่ไม้กั้นยังถูกปิดอยู่

“พวกผมจะมาดูนกกันครับ...”

ผมตอบพร้อมกับอ้าปากหาว เพราะหลับๆ ตื่นๆ มาลอดทาง เนื่องจากอุทยานฯแม่วงก์ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก ผมเลยไม่ได้หลับยาวมาในรถ กะจะมานอนเอาแรงรงด่านอุทยานฯนี่แหละ ทว่าขณะที่ผมกำลังคิดจะเอ่ยปากขอนอนข้างทางตรงหน้าด่าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เฝ้าด่านก็พูดขึ้นมาว่า...

“หกโมงเช้าแล้ว...เชิญครับ”

ผมสะดุ้งโหยงพร้อมกับหันไปดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ข้างฝา เข็มบนหน้าปัดของมันชี้บอกเวลาที่ 6.15 น. มันเป็นเวลาหกโมงเช้าแล้วจริงๆ ?!? แต่ทำไมท้องฟ้าด้านตะวันออกยังมืดตื๊ดตื๋ออยู่

ผมเพ่งดูเข็มนาฬิกาแขวนอยู่บนข้างฝา มันก็เดินทั้งเข็มสั้นเข็มยาว...จะไม่ให้ผมงงได้อย่างไรล่ะครับ ก็นาฬิกาเรือนละสองพันกว่าบาท (แถมสามารถทำอะไรได้สารพัดอย่าง เสียอย่างเดียว คือผมแทบจะใช้มันไม่เป็นเอาสักอย่าง แม้แต่ตัวเลขก็มองไม่ค่อยจะเห็น เพราะสายตามันยาว) บนข้อมือของผมที่ยื่นให้น้องๆ บนรถดู บอกเวลาว่าเพิ่งตีสี่

ไม่รู้ใครผิดกันแน่ ผมลังเลใจนิดๆ จะเข้าก็เกรงใจกฎระเบียบข้อบังคับของสถานที่ราชการ ซึ่งเขียนติดไว้ว่าจะเข้าไปได้ก็ต้องเวลา 6.00 น. ของทุกๆ วัน

แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แถมง่วงก็ง่วง เลยคิดว่าน่าจะเข้าไปหลับต่อแถวบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ก็แล้วกัน ดีเสียอีกตื่นมาดูนกตอนเช้าตรู่จะได้ไม่แสบตาจนเต้นยิกๆ เพราะนอนไม่อิ่มมาตลอดคืน พวกเราเลยตกลงเดินผ่านด่านเข้าไปด้านในต่อ พร้อมกับขอโทษขอโพยเจ้าหน้าที่อยู่ในใจถ้านาฬิกาจะเป็นเหต

“คริบ...คริบ...คริบ ๆ ๆ ๆ”

เสียงสองพยางค์แรกช้าๆ แล้วถี่ขึ้นในช่วงหลัง เสียงนั้นดังข้ามหัวพวกเราซึ่งกำลังหลับอย่างทรมานอยู่ในรถตู้ที่จอดอยู่หน้าที่ทำการฯ และทำเอาหลายคนถึงกับตาลีตาเหลือกคว้ากล้องส่องทางไกลรีบเบียดแย่งกันลงจากรถทั้งๆ ที่บางคนยังมีอาการเหมือนเมาขี้ตาตัวเองอยู่

“กระเต็นขาวดำใหญ่"

เสียงอุทานจากคนแรกที่เห็นเจ้าของเสียงที่ปลุกพวกเราในเช้านี้ แล้วทุกคนต่างก็เร่งรุดไปตามทิศทางที่นกกระเต็นขาวดำใหญ่คู่นั้นบินไป

นกกระเต็นขาวดำใหญ่ เป็นนกกระเต็นชนิดที่ใหญ่ที่สุดของบ้านเรา จากที่มีอยู่ทั้งหมด 15 ชนิด ลักษณะสีสันจะมีขาวกับดำ แซมด้วยสีน้ำตาลเป็นบางจุด ปากสีดำอมเทา เวลามองจะเห็นตรงบริเวณแก้มมีสีขาวขนาดใหญ่เป็นจุดเด่นเห็นชัดเจน

ขนหัวสีขาวสลับดำค่อนข้างถี่ เฉพาะส่วนหน้าปลายขนจะแหลม ตรงส่วนกลางจะแบ่งเป็นแถบขาว ส่วนท้ายทอยสีขาว-ดำ แต่จะมองเห็นเป็นสีดำเสียส่วนใหญ่ เวลาเกาะบนก้อนหินหรือตามต้นไม้ กิ่งไม้ที่ยื่นออกไปในลำห้วย มักจะทำอาการหัวฟูตั้งขึ้น สลับกับหุบลง ทำให้มองเห็นเหมือนหัวถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน สีของส่วนหลังเป็นพื้นดำ มีจุดขาวกระจายอยู่ประปราย รวมทั้งปีกและหาง แต่ตรงปลายปีกกับหางจะเป็นแถบ ไม่เป็นจุดเหมือนอย่างบนหลัง ตัวผู้จะมีแถบสีน้ำตาลคาดบริเวณอก แต่ตัวเมียไม่มี ส่วนท้องเป็นสีขาวอมเทาจางๆ ตัดกับตีนสีดำ

และถึงแม้นกกระเต็นขาวดำใหญ่จะมีสีเพียงสองสีคือขาวกับดำ ไม่เด่นฉูดฉาดเหมือนนกกระเต็นชนิดอื่นๆ แต่ในท่ามกลางสภาพธรรมชาติแล้ว นับว่าเป็นนกกระเต็นที่สง่าแฝงท่าทีสุขุม ดูเด่นอย่างบอกไม่ถูก

ลักษณะการบิน จะบินในลักษณะค่อนข้างสบายๆ กระพือปีกเนิบๆ เหมือนท่าบินของนกนางนวล จะเห็นสีดำออกเทาชัดเจน

เสียงร้องสั้นๆ คริบๆ ๆ ของนกกระเต็นขาวดำใหญ่ไม่หนักแน่นและดังเท่านกกระเต็นอกขาว แต่จะคล้ายเสียงของนกนางนวลแกลบเล็กในยามบินวนหาอาหารเหนือน้ำ

นกกระเต็นขาวดำใหญ่ เป็นนกที่อยู่ประจำถิ่น อาศัยตามลำห้วยที่มีกระแสน้ำไหลเอื่อยๆ ทั้งปี และกลางลำห้วยที่โล่งโปร่ง มีโตรกหินกระจัดกระจายอยู่ตลอดสาย โดยเฉพาะลำห้วยที่มีโขดหินสีขาวเทาอมน้ำตาล ซึ่งกลมกลืนกับสีของตัวมัน ทำให้เวลาที่เกาะนิ่งๆ อยู่ตามโขดหินแบบนี้หากไม่สังเกตให้ดีก็แทบจะมองไม่เห็นตัวเลย

ลักษณะของลำห้วยแบบที่ว่านี้ มีไม่มากแห่งนักในบ้านเรา ส่วนใหญ่จะพบทางแถบภาคตะวันตก ตั้งแต่กำแพงเพชร เลียบขึ้นไปทางตาก แม่ฮ่องสอน เชียงราย

และลำห้วยหลังบ้านพักตรงบริเวณที่ทำการอุทยานฯแม่วงก์ ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร ก็เป็นแหล่งหนึ่งที่สามารถพบนกกระเต็นขาวดำใหญ่เสมอ จนเหมือนราวกับจะคอยต้อนรับผู้ที่มาเยือนอุทยานฯ แห่งนี้แทนเจ้าหน้าที่งั้นแหละ

ช่วงเย็นพวกเราเดินทางไปที่บริเวณกม. 93 ตรงนี้สูงประมาณ 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นจุดที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้ดีแห่งหนึ่งของที่นี่ มีห้องพัก มีห้องน้ำ นับว่าเหมาะสำหรับเป็นจุดกางเต็นท์ของคนที่รักการนอนกลางดินผินหน้าสู่เวหายามดึกดื่น

นอกจากนี้ยังเป็นทำเลเยี่ยมของนักดูนกอีกด้วย เพราะทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ป่าเขายังอุดมสมบูรณ์คงสภาพเดิม โดยแทบไม่ถูกทำลาย กลายเป็นสวรรค์ของนกเล็กนกใหญ่นานาชนิด

พวกเราเดินดูนกกันไปตามถนน ซึ่งบางช่วงของทางราดยางนั้นได้เริ่ม "หมดยาง" แล้ว หมายถึงบางตอนยางที่ราดไว้ สลายตัวไป แต่ก็ยังเดินได้สบายมาก ไม่ว่าจะเดินไปทางที่ตัดไปสู่อุ้มผาง (ถนนสายนี้เดิมเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลในสมัยสู้รบกับ พคท. ตั้งใจจะตัดจากกำแพงเพชรไปอุ้มผาง แต่เหตุการณ์บ้านเมืองสงบลงก่อน จึงได้ยกเลิกโครงการนี้ ซึ่งตัดไปได้ร้อยกว่ากิโลเมตรแล้ว แต่ยังไม่ถึงอุ้มผาง) หรือจะเดินย้อนลงไปตรงที่ทำการฯก็ได้ ล้วนมีอะไรน่าสนใจทั้งนั้น

เราเลือกเดินไปทางอุ้มผาง ไม่ไกลนักเพียงประมาณ 300 เมตรก็ถึงโค้งแรก ทันใดนั้นคลื่นของนกที่ออกหากินก็โถมมาเป็นระลอก โดยเฉพาะนกเล็กๆ เช่น นกแว่นตาขาวสีทองเป็นชนิดสีทองล้วนทั้งตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะพบทางตะวันตกของประเทศเท่านั้น นกหางรำหางยาว นกหางรำหลังแดง นกภูหงอนหัวน้ำตาลแดง นกภูหงอนพม่า นกกินแมลงคอลาย ซึ่งเป็นนกหากินระดับพื้นล่าง

สูงขึ้นไปเป็นนกกระรางอกสีน้ำตาลไหม้กำลังเลี้ยงลูก นกแซงแซวหางบ่วงเล็ก และอีกมากมายหลายชนิด

"หัวขวานด่างหน้าผากเหลือง"

เสียงกระซิบดังๆ ด้วยความตื่นเต้นของสมาชิก ซึ่งตอนนี้กล้องทุกตัวจ้องที่นกหัวขวานด่างหน้าผากเหลืองทั้งตัวผู้และตัวเมียซึ่งกำลังใช้จะงอยปากเล็กๆ เจาะลำต้นของต้นไมแห้งที่ตายซากแล้วอย่างขะมักเขม้น

สีเหลืองตรงหน้าผาก ปลายหงอนมีสีแดง สีข้างเป็นน้ำตาลอมเทา มีลายขีดๆ ลงไป ก้นสีแดงเข้มกว่าบนปลายหงอน หลังและหางพื้นดำจุดขาว ตัวเมียต่างจากตัวผู้ตรงที่หัวมีสีครีมอมเทา ไม่ค่อยเด่นเท่าตัวผู้ ช่างเป็นภาพที่สวยงามจริงๆ

พวกเขาหากินอยู่นานพอสมควร เมื่อบินจากไปทุกคนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ ด้วยความเสียดาย ยิ่งกลุ่มสามคนที่เดินล่วงหน้าไปก่อนยิ่งบ่นเสียดายหนักกว่าอีก เพราะนกหัวขวานด่างหน้าผากเหลืองเป็นนกหัวขวานที่หาดูได้ยากยิ่ง ที่นี่น่าจะเป็นแหล่งเดียวที่มีโอกาสพบได้ง่ายกว่าที่อื่น สมาชิกก็เลยตั้งชื่อโค้งนี้ว่า "โค้งหัวขวานหน้าผากเหลือง"

ถัดจากโค้งนี้ไปอีกหน่อยก็จะเป็นอีกโค้ง ซึ่งคราวนี้พวกเราได้พบกับไก่ฟ้าหลังเทาทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูก คราวนี้กลุ่มที่เห็นนกหัวขวานต่างอดเห็นไปตามๆ กัน แต่กลุ่มสามคนที่อดเห็นนกหัวขวานในครั้งแรกกลับได้เห็น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการขดเขยกัน ก็เลยตั้งชื่อโค้งที่สองนี้ว่า "โค้งไก่ฟ้า"

เราพบเห็นนกอีกหลายชนิด ซึ่งเป็นชนิดที่เรามักจะพบเห็นกันทางเหนือเหมือนกับที่ดอยอินทนนท์ และที่น่าสังเกตก็คือเราจะพบเห็นนกทางใต้เช่น นกหัวขวานแดง ได้เช่นกัน

ดูกันเพลิน เดินกันพอสมควร เจอฝนบ้างนิดหน่อย หลายคนบ่นอยากจะเจอนกมุดน้ำ ก็อุตส่าห์ค่อยๆ ย่องเดินตามลำห้วยตรงประมาณกม. 99 ซึ่งเป็นน้ำตกเล็กๆ แต่ก็ไม่พบ คงพบแต่นกกางเขนน้ำหลังเทา และนกกางเขนน้ำหัวขาว แต่ทุกคนก็พยายามปลอบใจตัวเองว่า แค่นี้ก็เหลือแหล่แล้ว เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน กลับไปทานข้าวเที่ยงกันดีกว่า

ข้าวเที่ยงของคนดูนกอย่างพวกเราก็ตกราวๆ บ่ายสองโมง ขณะกำลังทานข้าวเสียงเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ตะโกนบอกพวกเรา...

"พี่ๆ นกเงือกคอแดงบินมา"

ทุกคนกระโจนผลุงออกจากวงทั้งๆ ที่บางคนช้อนข้าวยังคาปากอยู่เลย แต่ดูเหมือนจะช้ากว่านกเงือก ซึ่งเห็นแว้บๆ หายเข้าไปในหุบเขาเบื้องหน้า มีคนเห็นชัดเจนว่าเป็นนกเงือกคอแดงจริงๆ ไม่กี่คน ซึ่งอาศัยความไวและอยู่ด้านนอกของวงอาหารเผ่นออกได้เร็วกว่าเพื่อน

"แปลกนะครับพี่ คนที่ไม่ดูนกกลับเห็นมันบ่อยๆ แต่พวกที่ดูนกกลับไม่ค่อยได้เห็นกัน" น้องเจ้าหน้าที่พูดพร้อมกับหัวเราะอย่างขันๆ

"คราวหน้าเอาใหม่..." ทุกคนบ่นพร้อมๆ กัน

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เป็นสวรรค์อีกแห่งหนึ่งของนักดูนกและนักท่องไพรทั้งหลาย ที่นี่กำลังฟื้นคืนกลับสู่ความยิ่งใหญ่ และความหลากหลายแห่งระบบนิเวศ ดูเหมือนจะไม่ด้อยไปกว่าผืนป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวรเลย

สภาพความหลากหลายและขุนเขาที่ลดหลั่นกัน ความหนาทึบของสภาพป่าดิบเขา ป่าโปร่ง และทุ่งหญ้าสลับกันไปมาตลอด สายหมอกยามเช้า และแสงอาทิตย์อัสดงช่วงเย็นช่างพิเศษ และเป็นสุดยอดแห่งความงามเสียจริงๆ

ในเดือนมีนาคม-เมษายน อากาศที่นี่ตอนกลางคืนยังคงต้องใส่เสื้อกันหนาวเพราะลมแรง แต่ถ้าหน้าหนาวราวเดือนมกราคมล่ะก็รับประกันคุณภาพความเย็นได้เลย

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปอุทยานฯแม่วงก์ก็สะดวกสบายมาก ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก ออกสักเที่ยงคืนก็ไปสว่างที่อุทยานฯ หรืออาจจะถึงก่อนสว่าง มีเวลานอนอีกครู่ใหญ่ด้วยซ้ำไป ถนนลาดยางตลอด สอบถามเส้นทางได้จากหลายๆ แหล่ง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่หลงเพราะมีป้ายบอกตลอดทาง

ที่สำคัญก็คือ ทากที่นี่ยังดูดเลือดคนไม่ค่อยจะเป็น


กลับสู่ด้านบน

christian louboutin wien timberland schuhe ray ban wien pandora schmuck ralph lauren sale abercrombie and fitch wien louboutin wien michael kors wien oakley wien mbt schuhe abercrombie wien mbt wien Polo ralph lauren sale pandora wien timberland wien oakley sonnenbrillen ray ban sonnenbrillen michael kors taschen nike roshe run nike roshe run portugal oakley portugal